หน้าแรก > อัลบั้มภาพกิจกรรม > ประวัติความเป็นมา ( ประกาศเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 )
ข้อมูล สืบเนื่องมาจาก เล่าเรื่องเมืองหัวไทร หาจุดเด่นจุดแข็ง ร่องรอยความรู้สึกวิถีหัวไทร พัฒนาชุมชนของเราและได้เริ่มโครงการถนนอาหารปลอดภัยและตลาดสดน่าซื้อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย ปี 2558 ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้ปี 2558 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย”เพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านบวกที่เชื่อมโยงความรูสึกของนักท่องเที่ยวให้เข้าถึงวิถีไทยอันเป็นการดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมออย่างยั่งยืนควบคู่กับการกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวที่สนุกสนานเบิกบานใจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลหัวไทรที่จะสร้างตลาดที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอหัวไทร จึงได้จัดทำโครงการถนนอาหารปลอดภัยและตลาดสดน่าซื้อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบวิถีไทยในส่วนของถนนอาหารปลอดภัยจัดตั้งครั้งแรกใช้พื้นที่บริเวณริมคลองหัวไทรฝั่งตะวันตกและพื้นที่
ใกล้เคียง และได้เริ่มเปิดให้มีการจำหน่ายสินค้าครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2559 ใช้ชื่อว่า “ถนนอาหารวิถีไทย” ซึ่งในการดำเนินงาน เทศบาลตำบลหัวไทรได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการและคณะทำงานชุดต่างๆในการขับเคลื่อนโครงการ ภายใต้ความร่วมมือของ กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน องค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนในพื้นที่และใกล้เคียง ซึ่งได้เปิดจำหน่ายสินค้าเดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ซึ่งได้มีการตอบรับจากผู้บริโภคที่ได้มาท่องเที่ยวเป็นอย่างดี
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 เทศบาลได้มีการปรับปรุง ก่อสร้างสถานที่ริมคลองหัวไทรทั้งสองฝั่งโดยกำหนดรูปแบบที่เน้นความเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอหัวไทรในอดีต และเชื่อมโยงกับสภาวะความเป็นอยู่ในปัจจุบันเพื่อสร้างบรรยากาศให้มีการเข้ามาท่องเที่ยวและซื้อสินค้า เปลี่ยนชื่อถนนอาหาร จาก ถนนอาหารวิถีไทย เป็นชื่อ “หลาดริมคลองหัวไทร” มีการแบ่งโซนการจำหน่ายสินค้าเป็น 3 โซน คือ 1. บริเวณใต้สะพาน และสัมมาชีพ เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP 2. บริเวณริมคลองหัวไทรทั้งสองฝั่ง เป็นสถานที่จำหน่ายอาหาร 3. บริเวณถนนทางเข้าตลาดสดเทศบาล เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าทั่วไป โดยได้มีเปิดจำหน่ายสินค้าครั้งแรกในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 วันที่ 15 - 17 เมษายน 2560 และหลังจากนั้นได้กำหนดให้มีการเปิดขายสินค้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกวันอาทิตย์ และเปิดเป็น “ตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจ”ตามนโยบายรัฐบาล และได้รับการคัดเลือกเป็น “ตลาดประชารัฐต้องชม” ในปีงบประมาณ พ.ศ.2561
